ทริคบอร์ดเกม I’m the Boss นี้เหมาะกับสายเจรจาเนียน ๆ ชอบใช้จิตวิทยามากกว่าใช้เสียงดัง เพราะหัวใจคือ
ทำให้คนทั้งโต๊ะ “รู้สึก” ว่า Investor ที่อยู่ในมือคุณเป็นของแพง
ถ้าอยากให้ดีลผ่าน ต้องยอมจ่าย (แบ่งส่วนแบ่ง) ให้คุณมากกว่าคนอื่น
พูดง่าย ๆ ก็คือ เราไม่ได้ถือแค่การ์ด Investor
แต่เราถือ “อำนาจในการกดดีลให้ผ่านหรือแตก” อยู่ในมือ
ใครอยากให้ดีลไปต่อ เขาต้องให้เกียรติราคาของคุณ

ฟีลมันจะคล้าย ๆ เวลาเราไปเล่นอะไรที่ต้องใช้การประเมินมูลค่า โอกาส และความคุ้มค่าในโลกออนไลน์ เช่นเวลาเปิดแพลตฟอร์มสายลุ้นกีฬา/คาสิโนแล้วต้องคิดว่า “ดีลแบบไหนคุ้มจะเข้า” ก่อนจะกดสมัครในที่ต่าง ๆ อย่าง สมัคร UFABET นั่นแหละ แค่บนโต๊ะ I’m the Boss เราใช้การ์ด Investor แทนตัวเลขในจอ
หลักคิดของทริค “Investor ในมือต้องไม่ถูก”
I’m the Boss เป็นเกมที่ดีลจะผ่านได้ ก็ต่อเมื่อ
- ทุกคนที่ถือ Investor “สำคัญ” ยอม
- หรือมีไพ่ที่ทำให้ไม่ต้องใช้ Investor นั้นแทน
ดังนั้น ถ้า
- ดีลต้องใช้ Investor A
- และ Investor A อยู่ในมือคุณคนเดียว
คุณ = “คอขวด” ของดีลนั้นทันที
ทริคนี้คือการทำให้ทั้งโต๊ะ
- จดจำว่า เวลาใช้ Investor ของคุณ ต้อง “จ่ายให้สมราคา”
- ใครเสนอถูกเกิน → ดีลมีโอกาสแตก เพราะคุณจะไม่เล่นด้วย
เมื่อภาพนี้ฝังหัวทุกคนไปเรื่อย ๆ
Boss คนไหนที่ต้องใช้ Investor จากคุณ
จะคิดอัตโนมัติเลยว่า
“ต้องให้หุ้นเขาเยอะกว่าคนอื่นหน่อย ไม่งั้นดีลไม่เดิน”
Step 1 – ตั้ง “ฐานราคา” ให้ Investor ตั้งแต่ต้นเกม
ในดีลแรก ๆ ที่ใช้ Investor ของคุณ ให้ตั้งใจสร้าง “มาตรฐาน” เลยว่า
Investor ตัวนี้ ถ้าจะใช้ ต้องให้ส่วนแบ่งประมาณไหน ถึงจะโอเค
ตัวอย่างเช่น
- ดีลมูลค่าปานกลาง ใช้ Investor A (ของคุณ) กับ B
- Boss เสนอให้
- คุณ: 1 หุ้น
- อีกคน: 2 หุ้น
ถ้าในภาพรวม
- ดีลนี้ A สำคัญพอ ๆ กับ B
- หรือ A สำคัญกว่าด้วยซ้ำ
การรับข้อเสนอแบบนี้โดยไม่พูดอะไรเลย
= ส่งสัญญาณว่า “Investor ของฉันราคาถูก ใช้ได้ในราคาชั้นประหยัด”
ให้ลองทำแบบนี้แทน
- บอกตรง ๆ แต่สุภาพว่า
- “Investor A ของฉันสำคัญเหมือน B เลย ถ้าให้เท่ากันสัก 2 หุ้น ฉันโอเคและดีลจบเลย”
ถ้า Boss ยอม
- คนทั้งโต๊ะจะจดไว้ในหัวเงียบ ๆ ว่า
- “อ๋อ Investor A โดยปกติแล้วต้องได้ประมาณนี้นะ”
นี่คือการตั้ง “ฐานราคา” ครั้งแรกให้การ์ดในมือคุณ
Step 2 – ไม่ยอมดีลที่ “กดมูลค่า” Investor จนเกินไป
หลังจากมีฐานราคาแล้ว สิ่งสำคัญคือความ “เสมอต้นเสมอปลาย”
- ถ้าคุณเคยใช้ Investor A แล้วได้ 2 หุ้นในดีลใกล้เคียงกัน
- พอมาดีลใหม่คล้าย ๆ กัน แต่ Boss ให้คุณแค่ 1 หุ้น
ถ้าคุณเงียบแล้วกดโอเคไปง่าย ๆ
- ราคาของ Investor A จะเริ่ม “ไหลลง”
- คนจะคิดว่า “อ้าว ที่แล้วได้ 2 หุ้น วันนี้ 1 หุ้นก็ได้แหละมั้ง”
ให้ใช้วิธีคุยแบบใจเย็น ๆ ว่า
“ดีลนี้ใกล้เคียงกับของเมื่อกี้เลย รอบก่อน Investor A ฉันได้ 2 หุ้น รอบนี้ขอเท่าเดิมแล้วดีลจบเหมือนกันนะ”
ข้อดีคือ
- คุณไม่ได้ดราม่า
- คุณอ้างอิงอดีต (ประวัติราคา) ที่ทุกคนเพิ่งเห็นกับตา
- คนทั้งโต๊ะจะรู้สึกว่า “ฟังขึ้น”
ถ้า Boss คุ้มดีลนี้จริง ๆ
ส่วนใหญ่จะยอมปรับให้ เพราะเขาก็ไม่อยากให้ดีลแตก
Step 3 – รู้จัก “ยอมลด” อย่างมีเงื่อนไข เพื่อไม่ให้คนเหม็น
ปั้นมูลค่า Investor ให้แพง ใช่ว่าต้องดื้อทุกครั้ง
ถ้าทำแบบนั้นบ่อยเกินไป จะกลายเป็นคนที่โต๊ะรู้สึกว่า “คุยด้วยเหนื่อย”
เทคนิคคือ
- บางดีลที่ดูแล้ว “ไม่ใหญ่มาก” หรือเราพร้อมช่วยให้ผ่านจริง ๆ
- เราอาจยอมลดจากราคามาตรฐานครึ่งก้าว
- เช่น จากฐาน 2 หุ้น → ยอม 1.5 หุ้น (แล้วแต่กติกาตีความ) หรือยอม 1 หุ้นแต่ขออะไรเสริม
พร้อมพูดตามไปด้วยว่า
“งั้นดีลนี้ฉันยอมให้ต่ำกว่าปกติหน่อยก็ได้ จะได้จบไว ๆ แต่รอบหน้าอย่าลืมขึ้นให้ฉันกลับมาที่เดิมนะ”
ทำให้คนอื่นรู้สึกว่า
- คุณไม่ใช่คนขวางโลก
- แต่ยังมี “ราคากลางในหัว” ที่ทุกคนรับรู้ร่วมกัน
พอถึงดีลสำคัญจริง ๆ
- เวลาเรียกราคาดี ๆ สำหรับ Investor ในมือ
- โต๊ะจะโอเคมากกว่า เพราะเขารู้ว่าคุณก็เคย “ช่วยกดราคาให้ถูกลง” มาแล้วเหมือนกัน
Step 4 – ใช้ Investor หลายตัวในมือให้เกิด “ลำดับราคา”
ถ้าในมือคุณมี Investor มากกว่าหนึ่งตัว เช่น
- Investor A – มักจำเป็นในดีลใหญ่
- Investor C – โผล่ในดีลเล็ก ๆ หรือดีลที่ไม่ค่อยเด็ด
คุณสามารถสร้าง “ระดับราคา” ให้แต่ละตัวได้เลย
- Investor ตัวท็อป (โผล่ในดีลที่จ่ายดีบ่อย ๆ)
- ต้องได้ส่วนแบ่งสูงกว่า
- พูดให้ชัดเจนว่า “ตัวนี้สำคัญกว่า เพราะถ้าไม่มีดีลไม่ผ่านจริง ๆ”
- Investor ตัวรอง
- ต่อรองเบากว่าหน่อย
- ยอมเข้าดีลง่ายขึ้น เพื่อเก็บเงินเรื่อย ๆ
วิธีนี้จะทำให้ทั้งโต๊ะรู้สึกว่า
“เวลาต้องใช้ Investor แพงในมือคุณ ต้องเตรียมจ่ายหนักหน่อย แต่ถ้าดีลเล็ก ๆ จะใช้ตัวรองก็ยังพอคุยได้”
มันคือการสร้าง “ภาพแบรนด์” ให้ Investor แต่ละตัวในมือคุณไปเลยว่า ใครคือสายพรีเมียม ใครคือสายแมส
Step 5 – ใช้จังหวะ “ขู่เบา ๆ ว่าไม่เข้าดีล” ให้เป็น
จุดที่ทำให้คนยอมอัปส่วนแบ่งให้คุณ มักไม่ใช่เพราะคุณตื้ออย่างเดียว
แต่คือเพราะเขารู้ว่า
ถ้าคุณไม่เข้าดีลนี้ ดีลแตกจริง ๆ
ตัวอย่างจังหวะที่เวิร์ก
- ดีลใช้ Investor A และ B
- A อยู่ในมือคุณคนเดียว
- Boss ให้คุณน้อยเกิน จนไม่คุ้มจะเข้า
ให้ลองพูดด้วยน้ำเสียงเฉย ๆ แต่ชัดเจนว่า
“ด้วยส่วนแบ่งเท่านี้ เราขอไม่เข้าดีลนี้ดีกว่า เพราะสำหรับเรามันไม่คุ้มเท่าไหร่ ถ้าอยากให้ดีลนี้ผ่านจริง ๆ ต้องขยับให้ใกล้ฐานเดิมหน่อย”
คีย์คือ
- ไม่ต้องดราม่า
- ไม่ต้องใช้อารมณ์
- แค่ “บอกขอบเขต” ของตัวเองให้ชัด
ถ้า Boss ต้องการดีลนี้จริง ๆ เขาจะคิดว่า
- ยอมเพิ่มให้คุณดีกว่า
- ดีกว่าปล่อยดีลแตกแล้วเสียโอกาสทั้งหมด
Step 6 – อย่าลืมบาลานซ์กับความสนุกโต๊ะ
สำคัญมาก: การทำ Investor ให้แพงเกินแบบไร้เหตุผล จะทำให้
- คนเบื่อ
- เขารู้สึกว่าเล่นกับคุณแล้วเหนื่อย
- สุดท้ายเริ่ม “เลี่ยงดีลที่ต้องใช้ Investor ของคุณ” ถ้าเขามีทางเลือกอื่น
ดังนั้นเราต้องเช็กอยู่เรื่อย ๆ ว่า
- เราเรียกราคาเกินไปไหมสำหรับดีลนั้น
- ดีลที่เรา “ไม่เข้าร่วม” ทำให้เกมตันหรือเสียจังหวะสนุกไหม
- เราปล่อยให้คนอื่นได้ดีลแบบสวย ๆ บ้างหรือเปล่า
เป้าหมายของทริคนี้ไม่ใช่
ทำให้คนอื่นจน แล้วเรารวยคนเดียว
แต่คือ
ทำให้ทั้งโต๊ะยังสนุก แต่ในขณะเดียวกัน คนก็ยอมรับว่า
“เวลาต้องการ Investor จากเรา เขาต้องจ่ายให้คุ้มหน่อย”
เหมือนกับเวลาคุณเลือกว่า จะเล่นอะไรต่อหลังจบบอร์ดเกม
- บางคนชอบไปเปิดคลิป
- บางคนชอบไปเล่นเกมต่อ
- บางคนไปเช็กแพลตฟอร์มความบันเทิงที่คุ้นเคย เช่นไถหน้าเว็บ ยูฟ่าเบท ดูว่ามีอะไรน่าสนใจมั้ย
ทุกคนมี “มูลค่าเวลา” ของตัวเอง และเราจะให้เวลาของเราเฉพาะกับสิ่งที่ “คุ้ม” พอ นั่นแหละแนวคิดเดียวกับการปั้นราคาของ Investor เลย
ตัวอย่างสถานการณ์ทริคนี้แบบเห็นภาพ
สมมติว่าในโต๊ะมีเหตุการณ์แบบนี้
- ดีลที่ 5: ใช้ Investor A (คุณ) กับ D
- Boss ให้คุณ 2 หุ้น D ได้ 2 หุ้น ทุกคนโอเค ดีลผ่าน
→ ฐานราคาคร่าว ๆ ของ A = 2 หุ้น
- Boss ให้คุณ 2 หุ้น D ได้ 2 หุ้น ทุกคนโอเค ดีลผ่าน
- ดีลที่ 8: ใช้ Investor A อีกครั้ง แต่ Boss เสนอให้คุณแค่ 1 หุ้น
- คุณตอบว่า
- “ดีลนี้ใกล้เคียงดีลที่ 5 เลยนะ รอบนั้น A ได้ 2 หุ้น รอบนี้ขอเท่าเดิมแล้วจบเลย ดีกว่าปล่อยแตก”
- Boss คิดแป๊บเดียวแล้วเพิ่มให้ → ดีลผ่าน
- คุณตอบว่า
- ดีลที่ 12: ดีลใหญ่ ใช้ Investor A และ B
- ทุกคนรู้แล้วว่า A แพง
- Boss ไม่กล้าเสนอให้คุณน้อยกว่า 2 หุ้นตั้งแต่แรก
- คุณต่อรองเพิ่มนิดหน่อย หรือขอพ่วงดีลอื่นควบ
- สุดท้ายคุณได้ส่วนแบ่งสวย ๆ โดยไม่ต้องโวยวายมาก
เล่นไปสักพัก โต๊ะจะยอมรับโดยปริยายว่า
“ถ้าอยากให้ดีลที่มี Investor A ผ่าน ต้องเตรียมส่วนแบ่งดี ๆ ให้เขาเสมอ”
นั่นคือจุดที่ทริคนี้เริ่มทำงานเต็มที่
สรุปทริค “ปั้นมูลค่า Investor ให้แพง” แบบใช้ได้จริง
รวบสั้น ๆ ให้จำง่าย ๆ ได้แบบนี้
- กำหนดฐานราคา – ดีลแรก ๆ ที่ใช้ Investor ในมือ อย่ายอมส่วนแบ่งถูกเกิน สร้างมาตรฐานให้ทุกคนเห็น
- อ้างอิงประวัติราคา – เวลาเจรจาดีลใหม่ ให้พูดถึงดีลก่อนหน้าที่เคยได้ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเรายังต้องการระดับนั้นอยู่
- ยอมอย่างมีเหตุผล – บางดีลยอมลดได้ เพื่อเก็บเครดิต และอย่าให้ภาพเราแข็งไปทุกสถานการณ์
- จัดลำดับ Investor ในมือ – ตัวไหนพรีเมียม ตัวไหนรอง ให้ราคาไม่เท่ากัน ชัด ๆ ในหัวเราและในหัวคนอื่น
- กล้าพูด “ไม่คุ้ม ไม่เข้า” อย่างสุภาพ – เพื่อให้คนรู้ว่า Investor คุณไม่ใช่ของฟรี ต้องจ่ายให้เหมาะสม
พอฝึกใช้ทริคนี้บ่อย ๆ คุณจะรู้สึกเลยว่า
- คนเริ่มเกรงใจเวลาจัดดีลที่ต้องใช้ Investor คุณ
- Boss จะเสนอให้คุณดีขึ้นตั้งแต่ต้น เพราะเขากลัวดีลแตก
- เงินคุณจะโตแบบค่อย ๆ แต่มั่นคง จากดีลที่ให้ส่วนแบ่งสมราคามากขึ้นเรื่อย ๆ
และที่สำคัญ ทริคนี้ยังแอบสอนเรื่องชีวิตจริงด้วยว่า
ถ้าเราไม่รู้มูลค่าตัวเอง คนอื่นก็จะตั้งราคาให้เราแทนเสมอ
จะบนโต๊ะ I’m the Boss
หรือเวลาคุณเลือก “ลงดีล” กับอะไรในโลกจริง ไม่ว่าจะเป็นงาน ความสัมพันธ์ การลงทุน หรือจะลองเปิดโหมดลุ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ บนแพลตฟอร์มที่ตัวเองคุ้นเช่นเข้าเมนูผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด หลักการก็ยังเหมือนเดิมว่า
- ต้องรู้ว่าตัวเองมีอะไรในมือ
- กล้าขอในระดับที่เหมาะสม
- และไม่ยอมขายตัวเองถูกจนเกินไป
ลองเอาทริคนี้ไปใช้กับวง I’m the Boss ครั้งหน้า แล้วดูเลยว่าแค่คุณ “เคารพมูลค่า Investor ในมือ” มากขึ้น โต๊ะทั้งโต๊ะก็จะเริ่มเคารพคุณมากขึ้นตามไปด้วย 😊🎲💼