ทริคเล่นบทโฆษกโต๊ะ นี้เหมาะกับคน “พูดเก่งแต่ไม่อยากบู๊” ในบอร์ดเกม I’m the Boss เพราะหัวใจคือ
ใครคุม “เนื้อเรื่อง” บนโต๊ะได้
คนนั้นมีโอกาสคุมดีลได้ โดยไม่ต้องมีไพ่เยอะหรือเงินนำเลย
ในเกมนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่สำคัญ แต่เป็น “เรื่องที่คนเชื่อร่วมกัน” ต่างหาก เช่น
- “ตอนนี้คนไหนตาม คนไหนนำ”
- “ดีลนี้ใครควรได้เยอะ ใครควรได้น้อย”
- “ดีลนี้ผ่านจะแฟร์กับทุกคนไหม”
คนที่ทำตัวเป็น “โฆษกโต๊ะ” เล่าเรื่องเก่ง ๆ จะสามารถ
- ทำให้คนหันมามองเกมผ่านมุมมองของเรา
- ปรับภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูสมควรได้เยอะ
- ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าข้อเสนอของเรานี่แหละ “แฟร์ที่สุด”

ฟีลมันคล้าย ๆ เวลาแก๊งเพื่อนเล่นบอร์ดเกมกันทั้งคืน พอพักเบรกก็มีคนหนึ่งลุกมาเล่าโมเมนต์ในเกมให้คนอื่นฟังแบบมันส์ ๆ หรือบางทีสลับไปเล่าเรื่องลุ้นต่อบนหน้าจอ เช่นมีคนเป็นสายกีฬา/คาสิโนที่เวลาว่างก็ไปเช็กอะไรบนแพลตฟอร์มอย่าง ยูฟ่าเบท ให้เพื่อนฟังต่อ ทั้งหมดนี่คือ “ศิลปะการเล่าเรื่อง” เหมือนกัน ต่างกันแค่เวที
ใน I’m the Boss ถ้าเราเล่าเรื่องเก่ง = เราเจรจาเก่งขึ้นแบบเนียน ๆ เลย
โฆษกโต๊ะคืออะไร? ทำไมสำคัญใน I’m the Boss
โฆษกโต๊ะในที่นี้ไม่ใช่คนเสียงดังสุด แต่คือคนที่
- สรุปสถานการณ์ให้ทั้งโต๊ะฟังเป็นระยะ
- ตั้งกรอบว่า “ดีลไหนแฟร์ / ไหนไม่แฟร์” ผ่านคำพูด
- ทำให้ทุกคนเริ่มคิดตามว่า “เออ จริงของเขาแหละ”
ตัวอย่างประโยคโฆษกโต๊ะที่ได้ผลบ่อย ๆ เช่น
- “ดูจากเงินรวมแล้ว ตอนนี้เขานำอยู่ไกลสุดเลย ดีลนี้ถ้าให้เขาอีก โต๊ะเราคงไล่ไม่ทัน”
- “ดีลนี้น่าจะเป็นจังหวะให้คนที่ตามสุดได้หายใจบ้าง จะได้เล่นกันสนุกทั้งโต๊ะ”
- “ถ้าดีลนี้แตก ทุกคนเสียโอกาสนะ ลองขยับอีกนิดให้จบสวย ๆ ดีกว่า”
ความน่ากลัวคือ ถ้าเราเป็นคนพูดแบบนี้ “ก่อนใคร” และ “บ่อยแบบไม่กวนตีน” คนทั้งโต๊ะจะเริ่ม
- มองเราว่าเป็นคนกลาง
- ถือคำพูดเราเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ
- ทำให้ข้อเสนอที่เราให้ตัวเองมากหน่อย ดูสมเหตุสมผลขึ้นเยอะ
Step 1 – ตั้งตัวเองให้เป็นคน “สรุปเกม” ตั้งแต่กลางเกม
เริ่มต้นไม่ต้องทำอะไรเยอะ แค่
- ระหว่างดีลหรือหลังดีล 1–2 ดีล
- ลองพูดสรุปสั้น ๆ ให้ทั้งโต๊ะฟัง
ตัวอย่างเช่น
- “ตอนนี้เหมือนเขานำอยู่ประมาณกลาง ๆ นะ ไม่หนีใครเกินไป”
- “เราว่าเขายังตามอยู่เยอะ ดีลนี้ให้เขาเยอะหน่อยก็ยังไม่เสียสมดุลโต๊ะ”
- “ตอนนี้เงินกระจายค่อนข้างโอเค เหลือแค่ดูดีลใหญ่ ๆ ท้าย ๆ แล้วแหละ ว่าใครจะได้”
คำพูดแบบนี้มีผลสองอย่าง
- คนเริ่มเคยชินว่า “คุณคือคนอัปเดตสถานการณ์โต๊ะ”
- เวลาเกมเริ่มตึง (ดีลใหญ่เข้ามา) ทุกคนจะหันมาดูปฏิกิริยาคุณโดยอัตโนมัติ
และตรงจุดนี้แหละ ที่คุณสามารถ “หันเนื้อเรื่อง” ไปในทิศทางที่คุณได้เปรียบได้
Step 2 – ใส่ “มุมมองส่วนตัว” ลงไปในทุกการสรุปแบบแนบเนียน
สรุปเฉย ๆ ยังไม่พอ ต้อง “ร้อยความเห็นของเรา” เข้าไปด้วยแบบไม่ให้ดูเอาเปรียบเกินไป
เช่นแทนที่จะพูดแค่
“ตอนนี้เขานำอยู่”
ลองเปลี่ยนเป็น
“ตอนนี้เขานำอยู่พอสมควรแล้ว ดีลนี้ถ้าให้เขาเยอะอีกนิดก็คงไม่พัง แต่ถ้าจัดให้คนอื่นเพิ่มหน่อย เกมจะสูสีและสนุกกว่านี้เยอะ”
หรือแทนที่จะพูดว่า
“ดีลนี้ฉันควรได้เยอะ เพราะฉันถือ Investor สำคัญ”
ลองเล่าแบบโฆษกว่า
“ดีลนี้ Investor ของฉันคือคีย์หลักจริง ๆ นะ ถ้าไม่มีฉัน ดีลไม่เดินเลย เพราะงั้นถ้าให้ฉันเยอะกว่าคนอื่นหน่อย มันก็ดูสมเหตุสมผลอยู่”
เรากำลัง “วาดรูป” ให้ทุกคนเห็นว่า
- ใครควรได้เยอะ
- ใครควรลดนิดหน่อยเพื่อความบาลานซ์
และแน่นอนว่า หนึ่งในตัวละครที่เราวาดให้ “ควรได้เยอะ” บ่อยหน่อย ก็คือตัวเราเองนี่แหละ 😏
Step 3 – เวลาใครเปิดดีล ให้เราเป็นคน “แปลดีล” ให้ทั้งโต๊ะฟัง
สมมติ Boss เสนอแบ่งเค้กมาแล้วหนึ่งรอบ โต๊ะเริ่มงง ๆ เงียบ ๆ ไม่รู้ว่าแฟร์ไหม
นี่คือจังหวะทองของโฆษกโต๊ะเลย
ลองพูดในสไตล์นี้
- “ขอสรุปดีลนี้ให้ฟังก่อนนะ ตอนนี้ Boss เอาไป X หุ้น คนนี้ Y หุ้น คนนี้ Z หุ้น… ถ้ามองตามนี้ คนที่ถือ Investor สำคัญสุดคือเขา แต่ได้เท่านี้ เราว่าน่าจะเพิ่มให้เขาอีกหน่อยนะ”
- หรือ “ถ้ามองเงินรวมที่ทุกคนได้มาตลอดเกม ดีลนี้ถ้าผ่านแบบนี้ เขาจะนำโด่งเลยนะ ลองกดเขาลงมาหน่อยดีไหม จะได้ยังสูสีอยู่”
การที่คุณเป็นคน “ล่ามแปลดีล” แบบนี้ ทำให้
- คนที่ยังไม่ทันคิดภาพตาม → จะเริ่มคิดตามมุมที่คุณเล่า
- Boss เองก็จะเริ่มมองว่า ถ้าอยากให้ดีลผ่าน ควรขยับตามคำแนะนำคุณ
พูดให้สุดคือ คุณกลายเป็น “ที่ปรึกษาดีล” โดยอัตโนมัติ
Step 4 – ใช้คำว่า “แฟร์” และ “สนุก” เป็นเครื่องมือ
สองคำมหาเวทของโฆษกโต๊ะคือ
- “แฟร์ไหม?”
- “เกมจะสนุกขึ้นไหม?”
เพราะในใจลึก ๆ ทุกคนอยากรู้สึกว่าตัวเอง
- ไม่ได้โดนเอาเปรียบ
- และกำลังเล่นเกมที่ยังมีลุ้นสำหรับทุกคน
ตัวอย่างประโยคโจมตีแบบนุ่ม ๆ
- “ถ้าแกได้ดีลนี้เต็ม ๆ อีก เกมมันจะกลายเป็นว่าเราที่เหลือแทบไม่มีลุ้นเลยนะ ลองแบ่งให้คนอื่นอีกนิด เกมจะได้แฟร์กับทุกคน”
- “ตอนนี้คนนี้ตามอยู่นานแล้ว ดีลนี้ถ้าเขาได้มากกว่าปกติหน่อย เกมจะตื่นเต้นขึ้นเยอะเลย”
เรากำลังใช้ “ความยุติธรรม” และ “ความสนุกของทั้งโต๊ะ” เป็นเกราะสนับสนุนข้อเสนอของตัวเอง
และบ่อยครั้ง คนที่ไม่อยากดูร้ายในสายตาเพื่อน ก็จะยอมขยับดีลตามเสียงโฆษก
Step 5 – ระวังไม่ให้กลายเป็น “เผด็จการทางความคิด”
จุดอันตรายคือ ถ้าเราโฆษกเกินไป
- แทรกทุกดีล
- เถียงทุกข้อเสนอ
- พูดมากจนคนรู้สึกว่า “ต้องคอยผ่านด่านความคิดเรา” ตลอด
คนจะเริ่ม
- เบื่อ
- รู้สึกต้านคำพูดเราโดยอัตโนมัติ
วิธีบาลานซ์คือ
- เลือกดีลที่จะ “ออกปากแรง ๆ”
- ดีลใหญ่ / ดีลที่กระทบอันดับ
- ส่วนดีลเล็ก ๆ หรือดีลที่คนตามได้ประโยชน์
- ลองเงียบ ให้โต๊ะคุยกันเองบ้าง
- หรือพูดแค่สั้น ๆ ว่า “โอเค เราว่าแฟร์นะ ดีลผ่านได้เลย”
การมีจังหวะ “เงียบ” ทำให้จังหวะที่เราพูด “ดังขึ้น” โดยอัตโนมัติ
เหมือนคนที่บางวันเล่นบอร์ดเกม บางวันสลับไปลุ้นบนโลกออนไลน์ พอเขาแชร์จริง ๆ ว่าวันนี้ไปลองอะไรมา อย่างเช่นไปจัดการบัญชีผ่านหน้าเว็บ ทางเข้า UFABET ล่าสุด เพื่อนจะตั้งใจฟังเพราะเขาไม่ได้พูดเรื่องนั้นทุกวินาที
Step 6 – ใช้โหมดโฆษกเพื่อปกป้องดีลของเราเองแบบเนียน ๆ
จุดโหดของทริคนี้คือ ตอนที่เรา “ได้ดีลดี ๆ เอง” แล้วใช้ความเป็นโฆษกป้องกันดีลตัวเองไม่ให้โดนป่วน
ตัวอย่างสถานการณ์
- เราเป็น Boss
- จัดดีลแบบให้ตัวเองได้คุ้ม
- คนอื่นบางคนเริ่มจะไม่โอเค
เราใช้โหมดโฆษกทันที
“ลองดูภาพรวมกันก่อนนะ ตอนนี้ถ้าเทียบเงินรวม ฉันไม่ได้เกินใครมากขนาดนั้น ดีลนี้ฉันเป็นคนถือ Investor หลัก +เปิดดีลเอง ถ้าได้เยอะหน่อยก็ยังถือว่าแฟร์อยู่ แล้วคนนี้ ๆ ก็ยังได้ตามเหมาะนะ”
หรือ
“ถ้าดีลนี้แตก ทุกคนจะเสียโอกาสได้เงินเท่านี้เลยนะ แค่ปรับเขาอีกครึ่งหุ้นแล้วจบ ฉันว่าคุ้มกว่าปล่อยพังทั้งดีลเยอะ”
เรากำลัง
- เล่าให้เขาเห็นว่าดีลนี้ไม่ได้เอาแต่ได้
- ชูภาพรวม “ทั้งโต๊ะได้ประโยชน์” ขึ้นมาเป็นเกราะ
- แทนที่จะพูดตรง ๆ ว่า “ขอเหอะ ฉันอยากได้”
โต๊ะที่เชื่อใจเราในฐานะโฆษก จะยอมดีลเราง่ายขึ้นมาก
ตัวอย่างการใช้ทริคนี้ทั้งเกมแบบย่อ ๆ
สมมติเล่นทั้งเกม คุณใช้สไตล์โฆษกโต๊ะดังนี้
- ช่วงต้นเกม
- พูดสรุปสถานการณ์เบา ๆ
- “ตอนนี้เงินกระจายโอเคนะ ยังไม่มีใครชัดเจนว่าหนี”
- ช่วงกลางเกม
- เริ่มสอดมุมมองว่า “ดีลแบบไหนจะทำให้เกมสนุก–แฟร์”
- บางดีลดันให้คนตามได้โอกาสมากขึ้น
- ทำให้คนเริ่มรู้สึกว่าคุณเป็นคนห่วงสมดุลโต๊ะ
- ช่วงท้ายเกม
- ดีลไหนที่คุณได้ประโยชน์เยอะ ใช้บทโฆษกป้องกันดีล
- ดีลไหนที่ทำให้คู่แข่งนำโด่ง ใช้โหมดโฆษกเตือนโต๊ะว่า “ถ้าปล่อยแบบนี้ เกมจะจบแบบไม่มัน”
สุดท้ายต่อให้คุณจะไม่ใช่คนรวยสุดในทุกดีล
แต่โอกาสสูงมากที่ตอนจบเกม
- คนจะรู้สึกว่า “แกได้เยอะก็สมเหตุสมผลอะ แกทั้งช่วยดันดีล ทั้งรักษาสมดุลมาตลอด”
นี่คือ power ของการคุมเนื้อเรื่อง
เอาทริคโฆษกโต๊ะไปใช้ในชีวิตจริงยังไงดี
สกิลนี้โอนไปโลกจริงง่ายมาก
- ในที่ทำงาน
- เวลาเข้าไมต์หรือประชุมโปรเจกต์ คนที่สรุปภาพรวมเก่ง ๆ
- เป็นคนเล่าให้ทุกคนเห็นว่า “ทางเลือกไหนส่งผลอะไร”
- มักเป็นคนที่เสียงดังในเชิง “อิทธิพล” แม้ไม่ได้พูดเสียงดังจริง ๆ
- ในกลุ่มเพื่อน/ครอบครัว
- เวลาเกิดดราม่าเล็ก ๆ คนที่เล่าเรื่องแบบแฟร์ ๆ
- ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันง่ายขึ้น
- มักกลายเป็นตัวกลางที่ทุกคนวางใจ
- ในโลกออนไลน์
- เวลาเราจะ “ลงดีล” อะไร เช่น เสียเงิน เสียเวลา ไปกับกิจกรรมลุ้น ๆ บางอย่าง
- เราต้องเล่าเรื่องให้ตัวเองฟังให้ได้ก่อนว่า
- ทำไปเพื่ออะไร
- คุ้มไหม
- เสี่ยงแค่ไหน
ไม่ว่าจะเป็นการลองสนใจแพลตฟอร์มความบันเทิงแนวลุ้นต่อบนจอ ผ่านการสมัครใช้งานที่ไหนสักแห่ง เช่น สมัคร UFABET หรือจะเป็นดีลในชีวิตจริงอย่างเรื่องงาน เรื่องเงิน ถ้าเราเล่าเรื่องเก่ง อ่านภาพรวมเป็น เราจะตัดสินใจได้มีสติกว่าคนที่แค่ไหลไปตามอารมณ์เยอะมาก
สรุปทริค “เล่นบทโฆษกโต๊ะ คุมเนื้อเรื่องดีลให้เข้าทางเรา”
ให้จำแบบสั้น ๆ ได้ดังนี้
- พูดสรุปสถานการณ์ให้ทั้งโต๊ะฟังเป็นระยะ
ให้ทุกคนเริ่มชินว่าคุณคือคนที่อัปเดตภาพรวม - ร้อยมุมมองตัวเองเข้าไปทุกครั้งที่สรุป
ให้คนเริ่มคิดตามว่ามุมที่คุณมอง “ดูแฟร์และทำให้เกมสนุกขึ้น” - ใช้คำว่า “แฟร์” และ “สนุก” เป็นเครื่องมือเจรจา
ไม่ได้อ้างแค่ประโยชน์ตัวเอง แต่อ้างภาพรวมทั้งโต๊ะ - รู้จังหวะเงียบกับจังหวะดัง
ไม่แทรกทุกดีล เลือกดีลสำคัญแล้วออกเสียงชัด ๆ - ใช้บทโฆษกป้องกันดีลของตัวเอง
เวลาตัวเองจะได้ดีลใหญ่ ใช้ความน่าเชื่อถือที่สร้างมาทั้งเกมเป็นเกราะ
ถ้าเอาทริคนี้ไปใช้บ่อย ๆ คุณจะรู้สึกเลยว่า I’m the Boss ไม่ได้เป็นแค่เกมจิตวิทยาเรื่องเงินกับไพ่ แต่เป็นเกม “เล่าเรื่องบนโต๊ะ” ที่ใครเล่าได้เนียนกว่าก็มีโอกาสชนะมากกว่า
ลองสวมบทโฆษกโต๊ะดูสักเกม แล้วสังเกตสีหน้าทุกคนตอนที่เขาเริ่มหันมาถามคุณว่า
“งั้นแกว่าไงล่ะ ดีลนี้โอเคมั้ย?”
นั่นแหละ…คือสัญญาณว่าคุณเริ่มเป็นคนคุมเนื้อเรื่องของเกมแล้วจริง ๆ 🎤🎲💼