ทริคเล่นเป็นนักบัญชีประจำโต๊ะ นี้เหมาะกับสายชอบสังเกตมากกว่าสายโวยวาย เพราะหัวใจคือ
แอบทำตัวเป็น “นักบัญชีประจำโต๊ะ” คอยกะคร่าว ๆ ว่าใครมีเงินเท่าไหร่ ใครนำ ใครตาม
แล้วเอาข้อมูลนี้ไปใช้ตัดสินใจ ว่าจะช่วยดีลไหนดี จะป่วนดีลไหน และจะจับมือกับใครถึงจะคุ้มที่สุด
ไม่ต้องถึงขั้นคิดเลขระดับนักวิเคราะห์หุ้น แค่กะภาพรวมให้ได้ว่า
- ใครใกล้จะหนีห่าง
- ใครยังตามไกล
- ใครกำลังต้องดีลนี้ “มากกว่าคนอื่น”
เราก็จะได้เปรียบทั้งเรื่องจังหวะเข้าดีลและจังหวะป่วน

คนที่ชอบแนวคุมตัวเลข คุมสถิติ มักจะอินกับทริคนี้พอ ๆ กับตอนที่แอบเช็กยอดในแอปต่าง ๆ หรือไปตั้งค่ากิจกรรมบนหน้าจอของตัวเอง เช่นบางคนเล่นบอร์ดเกมจบแล้วก็สลับไปจัดการบัญชีบนแพลตฟอร์มลุ้นกีฬา/ความบันเทิงผ่านลิงก์อย่าง สมัคร UFABET ต่อ แต่ก่อนจะลุ้นบนหน้าจอ มาฝึกอ่านตัวเลขบนโต๊ะ I’m the Boss ให้เฉียบก่อนดีกว่า
ทำไม “การตามเงินคนอื่น” ถึงโคตรสำคัญใน I’m the Boss
ถ้าเราเล่นไปเรื่อย ๆ แบบไม่ดูว่าใครมีเงินเท่าไหร่ เราจะเจอปัญหาคลาสสิกคือ
- เล่น ๆ ไปแล้วมีคน “นำโด่ง” แบบไม่รู้ตัว
- ตอนจะป่วนเขาก็สายไปแล้ว เงินเขาหลุดไม่ถึง
- หรือเราดันไปช่วยดันดีลให้คนที่นำอยู่ ให้หนีไกลกว่าเดิมอีก
แต่ถ้าเราแอบเช็กตลอดคร่าว ๆ ว่า
- ใครกำลังนำ
- ใครกับเราห่างกันประมาณกี่ดีล
- ใครกำลัง “หิวดีล” เพราะตามอยู่เยอะ
เราจะใช้ข้อมูลนี้ได้หลายอย่าง เช่น
- เลือกช่วยดีลให้คนที่ยังตามอยู่ ไม่ใช่คนที่นำแล้ว
- เลือกทำดีลแตกเฉพาะดีลใหญ่ที่ทำให้คนที่นำ “หนีไปไกลเกินกว่าจะไล่ทัน”
- รู้ว่าดีลไหนเรา “ต้องเข้า” เพราะถ้าไม่เข้า จะไล่ไม่ทันจริง ๆ
เรียกว่า จากคนที่เล่นตามอารมณ์ จะกลายเป็นคนที่มีเรดาร์ในหัวว่า
“ดีลนี้ใครได้ประโยชน์สุด และมันกระทบกับโอกาสชนะของเรายังไง”
วิธีทำตัวเป็นนักบัญชีแบบ “ไม่ต้องท่องเลขเป๊ะ”
ไม่ต้องกลัวว่าทริคนี้จะทำให้เกมเครียดหรือกลายเป็น Excel เดินได้ เราเอาแค่ “ประมาณการ” ก็พอ
ลองใช้แนวนี้
1. แบ่งเงินในหัวเป็น “กอง ๆ”
ไม่ต้องจำว่าเพื่อนมีเท่าไหร่เป๊ะ ๆ แค่จำเป็นโซน ๆ เช่น
- น้อย (พึ่งได้ดีลนิดเดียว)
- กลาง (มีเงินพอ ๆ กับเรา)
- เยอะ (เริ่มมีเงินจุก ๆ แล้วนะ)
ทุกครั้งที่มีดีลผ่าน
- มองเร็ว ๆ ว่าใครได้เงินเยอะในดีลนั้น
- ขยับตำแหน่งในหัว เช่น “เมื่อกี้เขาอยู่โซนกลาง ตอนนี้น่าจะขยับไปโซนเยอะแล้ว”
2. เช็ก “คู่แข่งหลัก” ของเราเป็นหลัก
ไม่ต้องตามทุกคนละเอียดก็ได้ เลือกโฟกัส 1–2 คนที่
- เงินใกล้เรา
- หรือมีสไตล์เล่นคล้ายเรา (มักจบที่คะแนนสูสี)
เราจะคอยกะให้ได้ว่า
- ตอนนี้เราตามเขาหรือเขาตามเรา
- ดีลต่อไป ถ้าปล่อยให้เขาได้เยอะ เราจะเริ่มยากแล้วหรือยัง
3. ใช้การนับแบบง่าย ๆ เช่น “ดีล” แทน “เงิน”
ถ้าขี้เกียจนับเงิน ลองจำแบบนี้แทน
- เขาได้ดีลใหญ่ไปแล้วกี่ครั้ง
- เขาอยู่ในดีลบ่อยแค่ไหน
บางทีแค่เห็นว่า
- “เฮ้ย แกเข้าเกือบทุกดีลเลยนี่หว่า”
ก็พอรู้แล้วว่าถ้าไม่เริ่มป่วน แกอาจนำแบบไม่รู้ตัว
ใช้ข้อมูลเงินตัดสินใจ: จะช่วยดีลไหน จะป่วนดีลไหน
พอเรามีภาพรวมในหัวแล้ว ทริคนี้จะโชว์ของตรง “จังหวะตัดสินใจ”
กรณีที่ 1: ดีลใหญ่กำลังจะเข้า “คนที่นำอยู่”
ตัวอย่างสถานการณ์
- เพื่อน A นำอยู่แบบชัด ๆ
- ดีลรอบนี้ราคาต่อหุ้นสูง และ A ได้หุ้นเยอะมาก
- ถ้าดีลผ่าน เขาจะทิ้งทุกคนไม่เห็นฝุ่น
คำถามคือ เราควรทำยังไง?
ตัวเลือกที่ใช้ได้
- ถ้าเราอยู่ในดีลด้วย แต่ได้น้อย
- ใช้ไพ่ขอเพิ่ม หรือเสนอให้ลดส่วนแบ่ง A ลง
- ถ้าเขาไม่ยอมและดีลไม่จำเป็นต่อเรามาก → ยอมให้ดีลแตกยังดีกว่าปล่อยให้เขาหนีไปไกล
- ถ้าเราไม่ได้อยู่ในดีลเลย
- ใช้ไพ่ Influence ป่วน เช่น ส่ง Investor สำคัญของดีลนี้ไปต่างประเทศ
- ทำให้ A ต้องยอมเจรจาใหม่ โดยที่เราขอส่วนแบ่งเข้าดีลเพื่อคุมเกม
สรุปคือ
ถ้าคนที่นำกำลังจะได้ดีล “ที่ทำให้ชนะขาด” ทริคนี้จะบอกเราว่า ถึงเวลายอมเป็นคนเลวในเกม ใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อเบรกเขาไว้ก่อน
กรณีที่ 2: ดีลกลาง ๆ แต่ช่วยคนที่ตามเราอยู่
ถ้าเป็นดีลกลาง ๆ ที่ไม่ได้เปลี่ยนเกมมาก
- และคนที่ได้เยอะ คือคนที่ตามอยู่ข้างล่าง
- หรือคนที่เราแทบไม่มองว่าเป็นคู่แข่ง
ปล่อยผ่านได้เลยด้วยรอยยิ้ม เพราะ
- เขาไล่เราไม่ทันอยู่แล้ว
- หรือถึงจะตามทัน ก็ยังมีดีลอีกเยอะให้เล่น
การไม่ป่วนทุกดีล ช่วยให้โต๊ะไม่มองเราเป็นคน “ดุไปซะทุกเรื่อง” ด้วย
ดึงข้อมูลเงินมาใช้ตอนเจรจายังไงให้เนียน
พอเรารู้คร่าว ๆ ว่าใครนำ ใครตาม เราสามารถเอาไปใช้ในคำพูดต่อรองได้แบบเนียน ๆ เลย เช่น
- เวลาเราอยากได้ส่วนแบ่งเพิ่มจาก Boss ที่นำอยู่
- “ตอนนี้แกนำอยู่แล้วนะ ดีลนี้ลองแฟร์กับเราหน่อย เดี๋ยวโต๊ะนี้ไม่มีใครเล่นด้วยเลยจริง ๆ”
- เวลาเราจะชวนคนอื่นมากด Boss ที่นำโด่ง
- “ถ้าดีลนี้เขาได้เยอะอีก แกไล่ไม่ทันแล้วนะ มาช่วยกันกดดีลนี้ให้สมดุลหน่อยดีกว่า”
- เวลาเราอยากดันดีลให้คนที่ตามเราอยู่
- “ให้เขาไปเถอะ ตอนนี้ยังตามเราอยู่เยอะ ดีลนี้ผ่านแล้วเกมจะสูสีขึ้น สนุกกว่า”
แบบนี้ทุกคนจะรู้สึกว่า
- เราไม่ได้คิดถึงแค่ตัวเอง
- แต่ดูภาพรวมความสนุกของเกมด้วย
และยิ่งถ้าโต๊ะเรามีเพื่อนสายวิเคราะห์เยอะ ๆ บทสนทนาแนวนี้จะยิ่งมันส์ เหมือนนั่งวิเคราะห์สถิติกีฬา หรือตารางคะแนนลีกกันอยู่ ซึ่งฟีลมันจะคล้ายหลายคนที่ชอบดูข้อมูลอัตราต่อรอง ตารางทีม ฟอร์มย้อนหลัง ก่อนจะตัดสินไปลุ้นอะไรบนแพลตฟอร์มอย่าง ยูฟ่าเบท นั่นแหละ เพียงแต่บนโต๊ะ I’m the Boss เราลุ้นด้วยเงินกระดาษและเสียงหัวเราะแทน
ตัวอย่างสถานการณ์ “นักบัญชีพลิกเกม”
ลองจินตนาการโต๊ะหนึ่ง
- เรามีเงินระดับ “กลางค่อนไปบน”
- เพื่อน A นำอยู่
- เพื่อน B ตามเราอยู่เยอะ
- ดีลรอบนี้ราคาต่อหุ้นสูงมาก
Boss คือเพื่อน A ที่นำอยู่ และเขาเสนอว่า
- ตัวเอง: 4 หุ้น
- เรา: 2 หุ้น
- B: 1 หุ้น
- คนอื่น ๆ แบ่งกันเล็กน้อย
เรามองแล้วรู้เลยว่า ถ้าดีลนี้ผ่านแบบนี้ A จะหนีห่างจนไล่ยากมาก
สิ่งที่เรา (ในฐานะนักบัญชี) ทำได้คือ
- พูดกับทั้งโต๊ะว่า
- “ถ้าดีลนี้ผ่านแบบที่เสนออยู่ A จะทิ้งทุกคนไกลมากเลยนะ ลองบาลานซ์ให้ใกล้กันกว่านี้หน่อยดีไหม”
- เสนอแบ่งใหม่ เช่น
- A ลดเหลือ 3 หุ้น
- เรา 2 หุ้น
- B เพิ่มเป็น 2 หุ้น
- ที่เหลือค่อยเฉลี่ยให้คนอื่น
- ถ้า A ไม่ยอมจริง ๆ
- เราอาจขู่เบา ๆ ว่า “งั้นดีลนี้เราคงต้องปล่อยแตก เพราะไม่งั้นเกมนี้จะจบเลยตรงนี้แหละ”
พอใช้ข้อมูลเงินเป็นเหตุผล เจรจาจะดู “มีน้ำหนัก” มากกว่าพูดแค่ว่า “ฉันอยากได้เยอะกว่านี้”
ระวังไม่ให้การ “ตามเงิน” ทำลายความสนุก
ทริคนี้ดีมาก แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังเหมือนกัน
- อย่าทำให้โต๊ะรู้สึกว่าเรากำลัง “ตรวจบัญชี” ทุกคนตลอดเวลา
- ไม่ต้องประกาศทุกดีลว่า “ตอนนี้ใครมีเท่าไหร่แล้วนะ” เดี๋ยวจะกลายเป็นเครียดไป
- อย่าใช้ข้อมูลเงินไปจี้ให้ใครรู้สึกผิด
- เช่น “ดูดิ แกได้เงินเยอะเกินแล้ว อย่าเอาอีกเลย” ถ้าพูดแรงไปจะกลายเป็นด่า มากกว่าดีบัฟเบา ๆ
- อย่าลืมว่าจุดประสงค์คือ “เพิ่มความมันส์” ไม่ใช่ “คุมเกมให้ตัวเองชนะอย่างเดียว”
- ถ้าเพื่อนเริ่มเซ็งเพราะโดนเราป่วนทุกดีล ก็อาจต้องผ่อน ๆ ลงบ้าง
สุดท้ายแล้ว การทำตัวเป็นนักบัญชีควรเป็นแค่ “เลเยอร์หนึ่ง” ของการเล่น ไม่ใช่ทั้งหมดของเกม
ทริคนี้ช่วยเราในชีวิตจริงยังไง
จะบนโต๊ะบอร์ดเกมหรือบนโต๊ะประชุม ความสามารถในการ “อ่านภาพรวม” ว่าใครได้อะไรแค่ไหน ใครได้เปรียบเสียเปรียบแค่ไหน เป็นสกิลที่ใช้ได้ทุกที่
- เวลาเจรจาโปรเจกต์งาน
- ใครจะได้เครดิตเท่าไหร่
- ใครได้ภาระงานเยอะสุด
- ใครยังไม่ได้อะไรเลย
- เวลาแบ่งงบ แบ่งโบนัส แบ่งผลประโยชน์
- การคิดถึง “ภาพรวมความแฟร์” ทำให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น และคนก็รู้สึกว่าถูกมองเห็น
- เวลาเราจะ “ลงดีล” อะไรจริง ๆ ในชีวิต
- ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน ลงเวลา หรือแม้แต่จะไปร่วมสนุกบนแพลตฟอร์มลุ้นอะไรสักอย่างผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด
- การเห็นภาพรวมของความเสี่ยง–ผลตอบแทน และรู้ว่าเรายืนอยู่ตรงไหนในสมการ ก็ช่วยให้ตัดสินใจได้มีสติกว่าเล่นไปงง ๆ เยอะมาก
สรุปทริค “นักบัญชีประจำโต๊ะ”
ถ้า 2 ทริคก่อนหน้าคือ
- แกล้งเป็นคนตามแล้วพุ่งท้ายเกม
- กับการสร้างภาพคนคุยง่ายที่ทุกดีลอยากมี
ทริคนี้คือเลเยอร์เสริมที่ทำให้สองทริคนั้น “คมขึ้น” เพราะเราไม่ได้เล่นจากความรู้สึกอย่างเดียว แต่มีข้อมูลในหัวช่วยหนุนหลัง
จำสั้น ๆ แบบนี้ก็ได้ว่า
- จำให้ได้คร่าว ๆ ว่าใครนำ ใครตาม – ไม่ต้องเป๊ะ เอาแค่โซนเงินก็พอ
- ใช้ข้อมูลนี้เลือกดีลที่จะช่วย และดีลที่จะเบรก – ไม่ปล่อยให้คนใดคนหนึ่งหนีห่างง่ายเกินไป
- ใช้คำพูดที่อ้างอิงภาพรวม ไม่ใช่แค่ความอยากของตัวเอง – ทำให้โต๊ะรู้สึกว่าเราเล่นเพื่อบาลานซ์ทั้งเกม ไม่ใช่เพื่อเราอย่างเดียว
พอเอาทริคนี้ไปใช้ คุณจะเริ่มรู้สึกว่า I’m the Boss ไม่ใช่แค่เกมเจรจาเสียงดัง แต่เป็นเกมที่ “อ่านตัวเลขในหัวคนอื่น” ไปพร้อมกับอ่านนิสัยและอารมณ์บนโต๊ะด้วย สนุกขึ้น ลึกขึ้น และมีโอกาสจบเกมด้วยการเป็นบอสที่ทั้งรวยและยังเป็นคนที่โต๊ะชอบเล่นด้วยอยู่เหมือนเดิม 😊🎲💼