ทริคนี้โคตรสนุกสำหรับสาย “ใจเย็นแต่ดุ” ทริคในบอร์ดเกม I’m the Boss เพราะหัวใจคือ
ไม่ใช่คนที่ใช้ไพ่ Influence เยอะที่สุดที่ชนะ
แต่คือคนที่ “ทำให้คนอื่นเผาไพ่หมดก่อน” แล้วเรายังมีไพ่สำคัญเก็บไว้ใช้ตอนจังหวะทอง
พูดง่าย ๆ คือเราเล่นเกม “สงครามความอดทน”
- คนอื่นเผาไพ่แรง ๆ ตั้งแต่ต้น–กลางเกม
- เราทำตัวเหมือนมีไพ่ไม่เยอะ แต่จริง ๆ เก็บใบโหดไว้
- พอถึงดีลท้าย ๆ ที่เงินก้อนใหญ่เข้ามา คนอื่นเริ่มไม่มีเครื่องมือพลิกเกมแล้ว
- ตอนนั้นแหละที่เราลงดาบเต็ม ๆ ด้วยไพ่ไม่กี่ใบ แต่เปลี่ยนทั้งเกมได้

ฟีลมันจะคล้ายเวลาเล่นทั้งคืนกับเพื่อน โต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พอพักเบรกก็มีคนหยิบมือถือเช็กสกอร์ ดูอะไรบนหน้าจอ บางคนอาจแว้บไปดูความบันเทิงสายลุ้นผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด แล้วกลับมานั่งต่อรองต่อที่โต๊ะอีกที ทริคนี้ก็ประมาณนั้นแหละ — อดทนรอจังหวะ แล้วค่อยลุยทีเดียวให้คุ้มสุด
ทำไมการ “เก็บไพ่” ถึงสำคัญกว่าการ “โชว์ของ”
หลายคนที่เล่น I’m the Boss ครั้งแรก ๆ มักจะ
- ตื่นเต้นเวลาได้ไพ่แรง
- รีบใช้เพื่อโชว์พลัง
- เอามาป่วนกันมันส์มือทุกดีล
ผลที่เกิดขึ้นคือ
- กลางเกมก็เริ่ม “หมดไพ่ดี ๆ”
- ท้ายเกมต้องเล่นด้วยปากอย่างเดียว ไม่มีอาวุธในมือแล้ว
- ขณะที่คนที่เล่นใจเย็น เก็บไพ่ไว้ 2–3 ใบ จะกลายเป็นปีศาจท้ายเกมทันที
เพราะฉะนั้น ทริคนี้โฟกัสไปที่ “การบริหารไพ่ Influence” แบบนักลงทุนถือของดี ไม่ใช่เอาแต่ยิงทิ้งทุกเทิร์น
ไพ่แบบไหนที่ควร “เก็บไว้ก่อน”
ไม่ใช่ไพ่ทุกใบที่ต้องหวง บางใบเอาไว้ใช้ต้นเกมก็โอเค แต่จะมี “ไพ่กุญแจ” บางประเภทที่ควรเก็บให้ได้นานที่สุด
โดยทั่วไป ไพ่ที่น่าจะหวงหน่อย เช่น
- ไพ่แย่งเป็น Boss (I’m the Boss!)
- ใช้ในดีลใหญ่ ๆ ที่มูลค่าเงินสูงมาก → พลิกทั้งเกมได้
- ไพ่ส่ง Investor ไปต่างประเทศ / ทำให้ใช้ไม่ได้ในดีลนั้น
- เอาไว้ตัดกำลังคนที่นำอยู่ในดีลสำคัญ
- ไพ่ยกเลิกไพ่ (Cancel / Counter)
- เอาไว้ป้องกันจังหวะที่ตัวเองกำลังจะได้ดีลใหญ่ แล้วมีคนป่วน
ไพ่กลุ่มนี้ ถ้าใช้ต้นเกมในดีลเล็ก ๆ ถือว่า “เปลืองของ” มาก
ทริคคือ
ต้นเกม – ใช้เฉพาะไพ่ที่เอาไว้ขยับดีล / ช่วยให้ตัวเองมีส่วนร่วม
ท้ายเกม – ค่อยงัดไพ่พวกพลิกกระดานออกมาทีเดียว
ขั้นที่ 1: ต้นเกม – เล่นให้ดูเหมือนเราไม่มีไพ่โหด
ช่วงต้นเกมคือช่วง “สร้างภาพ” ว่าเราเป็นคนธรรมดา ใช้ไพ่แบบสมถะ ไม่ได้มีอะไรน่ากลัว
เทคนิคเล็ก ๆ ที่ใช้ได้คือ
- ใช้เฉพาะไพ่เบา ๆ ก่อน
- ไพ่ดึง Investor เล็ก ๆ เข้าดีล
- ไพ่ช่วยเพิ่มคนในดีลเพื่อให้ดีลผ่านง่ายขึ้น
- พยายามไม่โชว์ว่าเรามีไพ่แย่ง Boss หรือไพ่ยกเลิกไพ่
- เก็บไว้ในมือให้ลึกที่สุด
- ทำตัวเหมือนเป็นคนที่ชอบคุย มากกว่าคนที่ชอบ “ลงดาบด้วยไพ่”
เป้าคือให้ทั้งโต๊ะคิดว่า
“อ๋อ…เขาเป็นสายเจรจา ไม่ค่อยใช้ไพ่แรงเท่าไหร่หรอก”
เมื่อคนเริ่มเชื่อแบบนี้ พอมีจังหวะตึง ๆ กลางเกม คนอื่นจะยอม “เปลืองไพ่” ป้องกันหรือป่วนกันเอง โดยไม่ได้คิดเผื่อว่าคุณยังมีของอยู่เต็มมือ
ขั้นที่ 2: กลางเกม – ยั่วให้คนอื่นใช้ไพ่กันเอง
นี่คือช่วงสนุกของทริคนี้ เพราะเราไม่ได้แค่ “เก็บไพ่ตัวเอง” แต่เรายังหาจังหวะให้คนอื่นต้องใช้ไพ่ก่อนด้วย
วิธีที่ 1: ทำดีลให้น่าสงสัยนิด ๆ ให้คนกลัวจนต้องใช้ไพ่
สมมติคุณเป็น Boss และกำลังจัดดีลที่
- ให้คนที่นำอยู่ได้ส่วนแบ่ง “พอสมควร แต่ไม่ถึงกับเละ”
- ให้ตัวเองด้วย แต่ไม่ใช่เยอะสุด
- ดึงคนหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทำให้โต๊ะรู้สึกว่า
- ถ้าดีลนี้ผ่าน → คนที่นำอยู่จะนำต่อไปอีก
- คนอื่นเลยเริ่มลังเลว่าจะปล่อยผ่านดีไหม
ตรงนี้แหละที่มักจะมีคน
- ใช้ไพ่ส่ง Investor ไปต่างประเทศ
- หรือแย่งเป็น Boss
- หรือยกเลิกไพ่คนอื่นไปมา
เราในฐานะคนใช้ทริคนี้ ต้องทำตัว “พร้อมคุย พร้อมต่อรอง” แต่ยังไม่รีบงัดไพ่โหดของตัวเองออกมา
วิธีที่ 2: เล่นบท “ช่วยต่อรอง” เพื่อดันให้คนอื่นต้องป้องกัน
บางครั้ง เราอาจเล่นบทช่วยคนตาม
- เสนอให้เพิ่มส่วนแบ่งให้คนที่ตามสุด
- ทำดีลให้ดูแฟร์ แต่ยังเข้าทางเรานิด ๆ
คนที่กำลังนำอยู่จะรู้สึกไม่สบายใจ
- อาจใช้ไพ่ป่วนดีล
- หรือใช้ไพ่เพื่อให้ตัวเองได้มากขึ้น
เราก็ยังไม่ต้องใช้ไพ่แรงสวนทันที แค่เฝ้าดูให้เขาเหลือไพ่น้อยลงเรื่อย ๆ
วิธีที่ 3: ทำตัวเป็นคน “กล้าปล่อยดีลแตก” บ้าง
ถ้าเราเห็นว่า
- ดีลนี้ไม่คุ้มสำหรับเรา
- แต่คนอื่นกำลังใส่ไพ่ป่วนกันหนักมาก
เราสามารถบอกว่า
“โอเค ถ้าแบบนี้ดีลแตกก็ไม่เป็นไร เราไม่อยากเผาไพ่เพิ่มแล้ว”
เท่ากับว่า
- คนอื่นเสียไพ่ไปกับดีลที่ไม่เกิด
- เรายังมีไพ่สำคัญเก็บไว้ครบ
นาน ๆ ทำที โต๊ะจะเริ่มรู้สึกว่า “คนนี้ไม่ค่อยเผาไพ่เล่น ๆ เลยนะ”
ขั้นที่ 3: ท้ายเกม – เปิดโหมด “นักล่าที่รอจังหวะมานาน”
พอเข้าสู่ช่วงท้ายเกม ภาพรวมจะเป็นแบบนี้
- บางคนไพ่เหลือนิดเดียว
- บางคนแทบไม่มีไพ่ป่วนแล้ว
- ทุกคนเริ่มรีบ เพราะรู้ว่าดีลเหลือไม่กี่ดีล
นี่คือเวลาที่ทริคนี้แสดงพลังเต็ม ๆ
จังหวะใช้ไพ่แย่ง Boss
เลือกดีลแบบนี้เป็นเป้าหมายหลัก
- มูลค่าสูง
- เรามี Investor สำคัญในมือ
- หรือเรามั่นใจว่าจัดดีลให้ตัวเองได้ส่วนแบ่งหนัก ๆ
พอคนอื่นกำลังจะตกลงกันเรียบร้อย
- ใช้ไพ่ “I’m the Boss!” แย่งเป็น Boss
- คนทั้งโต๊ะจะอุทาน “โห แกมีใบนี้เก็บไว้ได้ยังไงเนี่ย!”
และด้วยความที่ตอนนี้
- ส่วนใหญ่ไม่มีไพ่ยกเลิกเหลือแล้ว
- คุณเลยสามารถจัดดีลในแบบที่ตัวเองได้เยอะขึ้นจริง ๆ
จังหวะใช้ไพ่ยกเลิกไพ่ ปกป้องดีลทองของตัวเอง
สมมติคุณได้เป็น Boss หรือได้ส่วนแบ่งเยอะในดีลใหญ่
- มีคนใช้ไพ่ป่วนใส่ เช่น ส่ง Investor สำคัญไปต่างประเทศ
- ทั้งโต๊ะคิดว่าดีลนี้คงพังแน่แล้ว
คุณงัดไพ่ยกเลิกออกมาพร้อมประโยคประมาณ
“ขอโทษด้วยนะทุกคน แต่ดีลนี้คือบ้านของเรา ต้องปกป้องหน่อย” 😏
จังหวะแบบนี้จะรู้สึกเหมือนเล่นเกมลุ้นบนหน้าจอแล้วกดใช้สกิลพิเศษตอนวินาทีสุดท้าย คล้ายบางคนที่ตอนเล่นบอร์ดเกมเสร็จชอบสลับไปลุ้นต่อกับโลกออนไลน์ ใช้สถิติและจังหวะของตัวเองวิเคราะห์ก่อนกดจริง เช่นไปจัดการบัญชีหรือตั้งค่าบนแพลตฟอร์มด้วยการเข้าเมนูอย่าง สมัคร UFABET แล้วค่อยกดเริ่ม ส่วนใน I’m the Boss เราใช้ “การเซฟไพ่” เป็นสกิลพิเศษนั่นเอง
จังหวะใช้ไพ่ส่ง Investor ไปต่างประเทศ
ถ้าดีลใหญ่กำลังจะดันคนที่นำอยู่ให้หนีห่างจนตามไม่ทัน
- เราอาจใช้ไพ่ส่ง Investor สำคัญของเขาออกนอกดีล
- ทำให้ดีลสะดุด และต้องเจรจากันใหม่
- หรือถึงขั้นทำดีลแตก ถ้าเป็นดีลที่เรายอมเสียเงินตัวเอง แต่ไม่ยอมให้เขาหนีไปไกล
จังหวะนี้ถ้าใช้ดี ๆ คือการ “ตัดขา” คู่แข่งแบบเนียน ๆ
การเล่นเกมจิต: ทำยังไงให้คนไม่เดาว่าเรายังมีของอยู่
ทริคนี้จะพังทันที ถ้าทุกคนรู้ตั้งแต่กลางเกมว่า
“หมอนี่ต้องมีไพ่โหดเก็บอยู่แน่ ๆ”
เพราะอะไร? เพราะคนจะ
- กลัวเรา
- เริ่มซ้อมป้องกันเรา
- ปรับแผนไม่ให้เรามีโอกาสใช้ไพ่ได้เต็มที่
เพราะฉะนั้น เราต้อง “ปล่อยไพ่บางใบ” เป็นระยะ เพื่อให้คนคิดว่าเราก็ใช้ของไปเยอะแล้วเหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น
- ใช้ไพ่โหดระดับกลาง ๆ สักหนึ่งใบตอนกลางเกม
- ให้โต๊ะเห็นว่า “อ๋อ เขาก็มีของนะ แต่คงไม่เหลือเยอะแล้ว”
- ทำตัวเป็นคนที่บางดีล “ไม่สู้”
- ทำให้คนคิดว่าเราไม่มีไพ่จะใช้ เลยต้องยอมปล่อยดีลผ่าน
การผสมระหว่าง
- เก็บของ
- ปล่อยของบางส่วน
ช่วยให้ภาพของเราดู “กลาง ๆ” พอจะไม่โดนจับตาเกินไป
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลาใช้ทริคนี้
แม้ทริคนี้จะโหด แต่ก็มีหลุมพรางเยอะเหมือนกัน
- หวงไพ่เกินไปจนไม่ได้ใช้
- รอแต่ “ดีลทอง” สุดท้ายเกมจบก่อน
- เหลือไพ่เต็มมือแต่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย
- อ่านจังหวะผิด ใช้ไพ่แรงกับดีลที่ไม่ได้เปลี่ยนเกม
- ดีลกลาง ๆ ที่ไม่ได้ทำให้เราแซง หรือกันคนอื่นไม่ให้หนี
- แต่เราเผาไพ่แย่ง Boss หรือไพ่ยกเลิกไปแล้ว → สุดท้ายเสียดาย
- ทำตัวลับล่อเกินไปจนคนเริ่มระแวง
- ถ้าเงียบตลอด ไม่ใช้ไพ่ ไม่พูดอะไร
- คนอาจคิดว่า “มีของเยอะ เลยไม่กล้าไปยุ่ง” แล้วเริ่มป่วนเราไว้ก่อน
- ไม่มองภาพรวมเงินของทั้งโต๊ะ
- เก็บไพ่เยอะจริง แต่ดันใช้ผิดเป้าคน
- ไปกันคนที่ไม่ได้เป็นคู่แข่งหลัก ปล่อยคนที่นำจริง ๆ หลุดไปอย่างสบายใจ
เพราะฉะนั้น ทริคนี้ต้องเล่นคู่กับทริค “นักบัญชีประจำโต๊ะ” ที่เราเคยคุยกันไปก่อนหน้า จะยิ่งโหดมาก
สรุปภาพรวมทริค “ล่อให้คนอื่นเผาไพ่ก่อน แล้วค่อยลงดาบ”
ให้จำเป็น 4 ข้อนี้
- ต้นเกม – เก็บของเงียบ ๆ
-ใช้แค่ไพ่เบา ๆ ช่วยดีล ไม่โชว์ไพ่พลิกเกม - กลางเกม – ยั่วให้คนอื่นใช้ไพ่ใส่กันเอง
- ทำดีลให้โต๊ะรู้สึกลุ้นพอจะเถียงกัน ใช้ไพ่กันเอง เราไม่ต้องทุ่ม
- ท้ายเกม – ใช้ไพ่แรงเฉพาะดีลที่ “เปลี่ยนอันดับจริง ๆ”
- ดีลที่ทำให้เราพุ่งขึ้น / กันคู่แข่งไม่ให้หนีห่าง
- เล่นเกมจิต – ปล่อยของบางส่วนเพื่อกลบว่าเรายังมีของใหญ่เหลือ
- ไม่ให้ใครเดาถูกว่ามือเรายังน่ากลัวแค่ไหน
ทริคนี้จะทำให้คุณรู้สึกว่า I’m the Boss ไม่ใช่แค่เกมเจรจาเสียงดัง แต่เป็นเกมบริหารทรัพยากรลึก ๆ ด้วย ยิ่งกับคนที่ชอบอ่านเกม อ่านจังหวะ หรือชอบอะไรที่มีทั้งดวงและการวางแผน อย่างเวลาไปลุ้นเกมกีฬา หรือกิจกรรมบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น ยูฟ่าเบท คุณจะยิ่งอินกับการ “รอจังหวะที่ใช่” มากขึ้นไปอีก
ลองเอาทริคนี้ไปใช้กับวงเพื่อนดู แล้วสังเกตหน้าทุกคนตอนคุณงัดไพ่แย่ง Boss หรือยกเลิกไพ่ป่วนในดีลสุดท้าย ที่ทุกคนคิดว่าคุมได้แล้ว คุณอาจจะกลายเป็นตำนานประจำวงในฐานะ “คนที่เงียบมาทั้งเกม แต่ดุจัดตอนจบ” ไปอีกนานเลย 😏🎲